Blog

Philophobia โรคกลัวการตกหลุมรัก กลัวรักแล้วจะผิดหวัง?!

Philophobia โรคกลัวการตกหลุมรัก กลัวรักแล้วจะผิดหวัง?!

เชื่อว่ามีหลายคนที่อาจจะเข้าข่ายการเป็นโรคนี้ เคยมั้ย? ที่กลัวการเริ่มต้นใหม่ พออยากจะมีรักครั้งใหม่ เริ่มมีใจสุดท้ายเราเองที่ถอยหนี ถอดใจเพราะกลัวว่าจะผิดหวัง แต่คนที่เป็นโรคนี้กลับอยากจะหนีไปจากอาการตกหลุมรักแบบนี้  อาการของคนที่กลัวความรักเข้าขั้นหนักก็จะเป็นโรคนี้นี่เอง

Philophobia คืออะไร ?

โรค Philophobia หรือโรคกลัวการตกหลุมรัก เรียกง่าย ๆ ว่าโรคกลัวความรัก โดยจากสถิติในบรรดาโรคกลัวชนิดต่าง ๆ Philophobia ถือว่ารั้งอันดับโรคกลัวที่มีผู้ป่วยมากที่สุด ซึ่งจากการวิเคราะห์ของเหล่านักจิตวิทยาก็พากันสันนิษฐานว่า ปัจจัยที่เป็นต้นเหตุของโรคกลัวความรักอาจมาจากเรื่องใกล้ตัว ที่ส่งผลให้ผู้ป่วยโรค Philophobia พยายามจะหนีความรู้สึกรัก หรือไม่อยากเข้าใกล้ความรู้สึกพิเศษกับใครอย่างจริงจังเลยสักคน และแม้จะเกิดความรู้สึกพิเศษกับใครขึ้นมาบ้าง ทว่าสุดท้ายแล้วก็มักจะไม่กล้าเปิดใจให้กับความรัก เนื่องจากเหตุผลอะไรบางอย่าง

Philophobia เกิดจากอะไรได้บ้าง ?

Philophobia หรือโรคกลัวการตกหลุมรักจัดเป็นโรคกลัวชนิดเฉพาะเจาะจง โดยอาจมีสาเหตุของโรคและอาการมาจากปัจจัยต่อไปนี้

1. เหตุการณ์ในแง่ลบที่ฝังใจมาตั้งแต่ตอนเด็ก   โดยเฉพาะหากเติบโตมาในครอบครัวที่มีปัญหาหย่าร้าง พ่อแม่ คนใกล้ตัวมีชีวิตรักในแง่ลบ เช่น ทะเลาะตบตีกันประจำ หรือแสดงความรุนแรงต่อกันบ่อย ๆ เป็นต้น

2. วัฒนธรรม ประเพณี หรือศาสนาที่มีกฎข้อห้ามเกี่ยวกับเรื่องความรักอย่างเข้มงวด บางศาสนา วัฒนธรรม หรือประเพณีของบางที่อาจมีข้อห้ามหรือกฎเกณฑ์ที่ควรระวังหากหญิงและชายจะรักหรือแสดงความรักต่อกัน ซึ่งอาจจะสร้างความรู้สึกเกรงกลัวฝังรากลึกในใจบางคนได้ ส่งผลให้ไม่อยากเสี่ยงกับการมีความรักนั่นเอง

3. ประสบการณ์ความรักที่ล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่า  โดยเฉพาะกับคนที่มีประสบการณ์อกหักอย่างโชกโชน ความรู้สึกผิดหวัง ความเจ็บปวดที่เกิดจากการกระทำของคนเคยรัก อดีตเหล่านั้นจะตามหลอกหลอนให้รู้สึกเจ็บมากจนไม่กล้าจะเอาหัวใจตัวเองไปลองเสี่ยงอีกครั้ง ซึ่งอาจทำให้เกิดความระแวงระวังเกินเหตุ ไม่กล้าที่จะมีรักครั้งใหม่อีกต่อไป

Philophobia อาการแบบนี้แหละใช่เลย !

ใครมีอาการตามข้างล่างนี้หลาย ๆ ข้อ นั่นเริ่มเข้าข่าย Philophobia เข้าแล้ว ลองเช็กกันดู

1. มีความกังวลทุกครั้งที่เริ่มต้นความสัมพันธ์ฉันคนรัก หรือแม้แต่รู้ใจตัวเองว่าเริ่มหวั่นไหว ก็คล้ายจะทนรับความรู้สึกนั้น ๆ ไม่ได้ จนอาจก่อให้เกิดความเครียด

2. มักจะห้ามใจตัวเองไม่ให้ถลำลึกไปกับความรู้สึกรัก ชนิดที่จริงจังมากจนเกินไป

3. มักจะหลีกเลี่ยงสถานที่ที่คนมีคู่ชอบไปเดทกัน เช่น สวนสาธารณะหรือโรงภาพยนตร์

4. ชอบอยู่คนเดียว ดูเหมือนจะรักสันโดษ แต่แท้จริงแล้วเป็นการป้องกันตัวเองไม่ให้พบเจอกับคนที่อาจจะทำให้เกิดความรู้สึกหวั่นไหวด้วยต่างหาก

5. ไม่เปิดใจ ไม่เปิดโอกาสให้ใครได้เข้ามาทำให้รัก

6. มักจะประเมินความรู้สึกของคนใกล้ตัวว่าจริงใจ หรือรักตัวเองมากแค่ไหน แล้วจึงค่อยตัดสินใจมอบความรู้สึกในระดับที่เท่าเทียมกันกลับไป เพราะกลัวว่าหากตัวเองรักหรือจริงใจต่อคนอื่นมากกว่า อาจทำให้เจอกับความผิดหวังได้

7. เมื่อต้องเจอกับสถานการณ์หวาน ๆ หรือโดนรุกจีบ อาจมีอาการทางกายภาพอย่างเหงื่อแตก ร้องไห้ ใจสั่น หัวใจเต้นรัวเร็ว หายใจแรง ชามือ-เท้า อาเจียน หรือเป็นลม


Philophobia ขั้นไหน ควรไปพบจิตแพทย์ ?

ในผู้ป่วยบางรายที่มีความกลัวค่อนข้างรุนแรง อาจมีผลกระทบกับชีวิตประจำวันได้ อย่างเช่น กลายเป็นคนเงียบขรึม หมกมุ่นอยู่กับตัวเอง เก็บกด และหลีกหนีจากสังคม ซึ่งลักษณะดังกล่าวอาจทำให้เกิดความกดดันและความเครียดจนส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้

ฉะนั้นหากรู้ใจตัวเองว่าเราเสี่ยงต่อโรค Philophobia ขั้นหนัก ลองเข้าไปปรึกษาจิตแพทย์เพื่อหาทางออกที่ดีร่วมกันดูสักตั้งก็น่าจะดี

Philophobia รักษาอย่างไรได้บ้าง ?

แนวทางการรักษาโรคกลัวความรัก อาจทำได้ดัง 3 วิธีนี้

ความคิดและพฤติกรรมบำบัด (Cognitive Behavioral Therapy)

นักจิตวิทยาและจิตแพทย์จะเข้ามาทำความเข้าใจกับคนไข้ ชวนคุยในประเด็นที่คนไข้รู้สึกกลัว หรืออาจมีรูปภาพและคลิปวิดีโอคนรัก การตกหลุมรัก มาประกอบการรักษา ทั้งนี้ก็เพื่อให้คนไข้มีทัศนคติที่ดีกับความรักมากขึ้น เป็นการกำจัดความรู้สึกกลัวในเรื่องที่ไม่น่ากลัวที่ค่อนข้างได้ผลดีต่อผู้ป่วย

เผชิญหน้ากับสิ่งที่กลัว (Exposure Therapy)

นับเป็นอีกวิธีการรักษาที่ได้ผลค่อนข้างมาก โดยผู้เชี่ยวชาญจะจัดให้ผู้ป่วยเจอกับสถานการณ์หวาน ๆ ให้เพศตรงข้ามชวนพูดคุย หรือให้ดูหนังโรแมนติก ซีนสุดซึ้ง เพื่อฝึกให้คนไข้มีแรงต้านทานต่อความกลัวของตัวเองเพิ่มมากขึ้น และลดแรงกดดัน ความวิตกกังวลเมื่อเจอสถานการณ์รัก ๆ ลงไปบ้าง

รักษาด้วยยา

การรักษาด้วยยาจะเป็นแนวทางเสริมสำหรับผู้ป่วยที่มีความเครียดสูง หรือมีความรู้สึกกังวลทุกครั้งเมื่อเจอกับความกลัว โดยวิธีนี้จะช่วยให้ผู้ป่วยควบคุมอารมณ์และการแสดงออกของตัวเองได้ดีขึ้น

ทั้งนี้เองโรค Philophobia ไม่ได้เป็นโรคที่รุนแรง ร้ายแรงโรคจิตแต่อย่างใด ทว่าเป็นอาการทางจิตเวชที่ควรได้รับการเยียวยารักษา เพราะอาจกระทบเข้ากับความรู้สึก สภาพจิตใจ ตลอดจนสุขภาพร่างกายของผู้ป่วยเองอย่างที่ได้บอกเอาไว้ ฉะนั้นหากพบว่าตัวเองมีอาการป่วยโรค Philophobia ก็อย่านิ่งนอนใจ หาเวลาไปพบจิตแพทย์กันดีกว่า อย่ากลัวที่จะเปิดใจให้กับคนอื่นๆ สามารถรักษาให้หายได้ หากใครอ่านแล้วพบว่ตัวเองมีอาการทาง Noonswoon ก็ขอเป็นกำลังใจให้ค่ะ

ขอบคุณที่มา : kapook.com

Bamboo

Bamboo is a community coordinator and matchmaker at Noonswoon. She is addicted to her iPhone and social network. In her free time, she likes to read about interesting travel places and practice how to swim.

Share This Post