Blog

5 เหตุผลที่ทำให้คนยุคดิจิตัลไม่ค่อยประสบความสำเร็จเรื่องความรัก

5 เหตุผลที่ทำให้คนยุคดิจิตัลไม่ค่อยประสบความสำเร็จเรื่องความรัก

เป็นเรื่องน่าสงสัยว่ามั้ยคะ? ทำไมนะคนในรุ่นเรา (จะพูดให้เฉพาะเจาะจงคือพวก Gen Y) ถึงไม่ค่อยประสบความสำเร็จทางด้านความรัก ช่วงเวลาเฉลี่ยในการคบกันในแต่ละครั้งของคนรุ่นเราลดลง แถมอัตราการหย่าของคู่แต่งงานในรุ่นเราเพิ่มขึ้น พ่อแม่เรา ปู่ย่าตายาย ไม่เห็นมีปัญหาเรื่องกับเรื่องความรักขนาดนี้เลย Gen Y มันเป็นยังไงกันนะ อยากรู้มั้ยละคะ?

1. คน Gen Y ให้ความสำคัญเรื่องความพึงพอใจแบบทันใจมากกว่าอย่างอื่น

ด้วยสภาพสังคมที่พวกเราใช้ชีวิตกันอยู่ในปัจจุบัน ความรวดเร็วทันใจ เป็นเรื่องปกติและธรรมดา อยากได้อะไร ถ้าหิวโทรสั่งอาหาร เดี๋ยวเขาก็มาส่งที่บ้าน อยากได้ของ หาซื้อในอินเทอร์เน็ต แป๊ปเดียวก็เจอ เวลาเบื่อก็มีโทรศัพท์ให้จิ้มเล่น มี Application หลายอย่างที่ขึ้นมาตอบรับกับไลฟสไตล์ของเรา ซึ่งความสะดวกแบบนี้นี่แหละ ที่ทำให้เรามีปัญหา เพราะความรัก มันไม่ได้ใช้เวลาเป็นวินาทีในการสุกงอม มันควรจะเป็นสิ่งที่ใช้เวลาในการเติบโต รวมถึงควรจะอยู่กับเราไปตลอดชีวิต ไม่ใช่คงอยู่แค่ช่วงสั้นๆ

2. คน Gen Y (โดยเฉพาะสาวๆ ) คาดหวังความรักแบบ happy endings ในเทพนิยาย

เหมือนจะเป็นเรื่องเล่นๆ แต่คนยุคเราโตมากับการ์ตูนเทพนิยายที่ตอนจบมักจะเป็นแบบ Happy endings เสมอๆ ซินเดอเรล่าที่กลายเป็นคนใช้ แต่ได้สมหวังกับเจ้าชาย คนใช้สาวที่ได้ลงเอยกับนักธุรกิจหนุ่มพันล้าน (Maid in Manhattan) หรืออะไรทำนองนั้น ชีวิตความรักที่สวยหรู มันจะมีอยู่ซักกี่คนกัน ที่จะได้ประสบพบเจอ การ์ตูนหรือหนังแบบนี้ทำให้เราเกิดความคาดหวังเกี่ยวกับความรัก และมักจะทำให้เราผิดหวังกับมันบ่อยๆ บางทีเราเองก็ต้องยอมรักว่า ชีวิต (โดยเฉพาะความรัก) มันไม่ได้โรยด้วยกลียกุหลาบหรอกนะคะ

3. คน Gen Y ชอบที่จะมีความสัมพันธ์แบบผิวเผิน

จะพูดก็พูดยากนะคะ เรื่องนี้ แต่ก็ต้องยอมรับว่า สมัยนี้ ความสัมพันธ์ที่มีแต่ความใคร่ล้วนๆ ไม่ว่าจะเป็น One night stand หรือ Friend with benefits ก็มีเยอะมาก นอกจากการท้อง โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้แย่ต่อความรักในยุคของคนรุ่นเราคือ มันทำให้คุณหาคนที่คุณจะรักได้จริงๆ ได้ยากขึ้น เพราะคุณมัวแต่ใช้เวลาอยู่กับคนๆ นึงที่คุณไม่ได้มีความหมายอะไรกับคุณมากจนเกินไป แถมคุณยังทำให้เซ็กซ์ (ที่ควรจะมีเฉพาะกับคนที่คุณรัก) กลายเป็นเครื่องปลดเปลื้อง หรือเป็นกีฬาไปซะอย่างนั้น พอมันเป็นซะแบบนี้ มันจะมีอะไรพิเศษที่คุณเอามาแบ่งได้ว่า นี่คือ ความรักที่คุณควรจะรักษาเอาไว้ หรือเป็นแค่อะไรก็ไม่รู้ที่ปล่อยมันผ่านไปได้ จริงมั้ยคะ

4. คน Gen Y เอาแต่ตัวเองเป็นที่ตั้งมากขึ้น

จริงอยู่ที่คนบนโลกนี้ มักจะเอาตนเองเป็นที่ตั้ง พวกเราคิดเรื่องปากท้อง ความสุข และความต้องการของตัวเองก่อนเสมอๆ มันก็ไม่ได้ดี แต่มันก็ไม่ได้ร้าย มันแค่เป็นธรรมชาติของมนุษย์เรา แต่ในปัจจุบัน ด้วยสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป การแข่งขันสูงขึ้น ปัญหามันเลยเกิดเพราะการเอาตนเองเป็นที่ตั้งของคน Gen Y นั้นมันมีมากขึ้น มากจนบดบังความเห็นอกเห็นใจ หรือความรักที่มีต่อมนุษย์ด้วยกันเอง ซึ่งโชคไม่ดีที่ ความรักหรือความสัมพันธ์นั้น มักจะไปได้ราบรื่นกว่า หากเราเอาตัวเองเป็นที่ตั้งน้อยลง

5. คน Gen Y ไม่ค่อยยอมประณีประนอม

คน Gen Y ชอบที่จะให้สิ่งต่างๆ เป็นไปในแบบที่เราอยากให้มันเป็น “จะเอาแบบนั้น” “จะเอาแบบนี้” “ถ้าทำแบบนี้ได้ ทำไมจะไม่ทำ” แต่พอเป็นเรื่องของความรัก มันไม่มีทางจะเป็นแบบนั้นได้ เพราะความรักเป็นเรื่องของคนสองคน (และบางทีอาจจะเป็นเรื่องของครอบครัวสองครอบครัวด้วยซ้ำ) สิ่งที่เราอยากให้มันเป็นอาจจะไม่ได้เป็นสิ่งที่อีกคนอยากให้มันเป็น หรืออาจจะไม่ใช่สิ่งที่ดีต่อความรักด้วยซ้ำ อย่างที่พวกเรารู้กัน (เพราะใครๆ ก็บอก) ว่า การประณีประนอม ยอมๆ กันไป จะเป็นสิ่งที่ทำให้ความรักไปรอด แต่คนรุ่นเราส่วนมากมีแนวโน้มจะทำในสิ่งที่ตัวเองทำอยากทำมากกว่า รักมันก็เลยมักจะพังไม่เป็นท่าเพราะแบบนี้

อ่านแล้วก็ต้องกลับมานั่งคิดว่า ในชีวิตปกติของเราเป็นแบบนั้นกันจริงๆ หรือเปล่า? มันจะมีทางไหนมั้ยที่ทำให้สิ่งเหล่านี้ไม่มายุ่งหรือมาทำให้ความรักของคน Gen Y แบบเราง่อนแง่นจนล้มครืนลงมา

Credit: Elitedaily.com

I love writing about personal development and relationship advice. Would be great if I can be part of creating more love to the world :)

Share This Post